แหล่งช้อปสุดฮิต
ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road)
ย่านที่เต็มไปด้วยศูนย์การค้าสุดหรู แหล่งรวมสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกทั้งแฟชั่น น้ำหอม เครื่องสำอางค์ โดยเฉพาะอิมพอร์ตแบรนด์ที่ขนสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ๆ มาประชันกันอย่างคับคั่ง
ซันเทคซิตี้ (Suntec City)
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่รวมร้านค้าปลีกกว่า 400 ร้าน มีทั้งสินค้าแฟชั่นแบรนด์นำเข้าและแบรนด์สิงคโปร์ชื่อดัง รวมไปถึงมีน้ำพุแห่งความมั่งคั่ง (Fountain of Wealth) สถาปัตยกรรมน้ำพุขนาดใหญ่ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่
มารีน่าเบย์แซนส์ (Marina Bay Sand)
รีสอร์ท คาสิโน แหล่งบันเทิง และศูนย์การค้าสุดหรูที่ตั้งอยู่บนริมอ่าวมารีน่า มีจุดชมวิวสวยๆ หลายจุดให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมและร้านค้าแบรนด์ไฮโซจากทั่วโลกมาให้เลือกช้อปอย่างจุใจ เช่น สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ นาฬิกา ขนม
วีโว่ซิตี้ (Vivo City)
ไลฟ์สไตล์มอลล์ที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ มีร้านค้าแฟชั่นแบรนด์ระดับกลางๆ ที่มีชื่อเสียงให้เลือกมากมายหลากหลายระดับราคา ด้านหน้าศูนย์ฯ มีน้ำตกขนาดใหญ่เป็นจุดดึงดูดนักช้อปและนักท่องเที่ยว
บูกิส (Bugis)
แหล่งช้อปสุดฮิปสำหรับวัยรุ่น เพราะมีทั้งร้านค้าสไตล์ท้องถิ่นราคาไม่แพงและศูนย์การค้าที่มีสินค้าหลากหลาย อารามณ์คล้ายๆ ไปช้อปปิ้งที่สยาม ใครที่ชอบเสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น หรือของกินอร่อยๆ ไม่ควรพลาด
มุสตาฟาเซ็นเตอร์ (Mustafa Center)
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เน้นขายสินค้าราคาถูก มีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมากมายโดยเฉพาะจากแถบอินเดียและตะวันออกกลาง เช่น เสื้อผ้า น้ำหอม กระเป๋า รองเท้า แว่นตา นาฬิกา เครื่องใช้ไฟฟ้า ของกิน ของฝาก
ซิมลิมสแควร์ (Sim Lim Square)
ศูนย์รวมอุปกรณ์ไอที คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ และกล้องถ่ายรูป คล้ายๆ ห้างพันธุ์ทิพย์บ้านเรา แต่ก่อนจ่ายตังซื้อสินค้าควรตรวจสอบคุณภาพสินค้า เงื่อนไขการซื้อ การเปลี่ยน การคืน และการรับประกันสินค้าให้ดีทุกครั้ง
ไชน่าทาวน์ (China Town)
ย่านร้านค้าปลีกสไตล์ถนนคนเดินที่มีสินค้านำเข้าจากจีนมากมาย ส่วนใหญ่ราคาถูกและต่อรองได้ เช่น เสื้อผ้า ขนม ผลไม้ ของฝาก ของที่ระลึก รวมไปถึงยังมีร้านอาหารจีนมากมายให้เลือกอร่อยด้วย
งานเซลล์สุดฮ็อต
Great Singapore Sales
มหกรรมเซลล์ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปีของประเทศสิงคโปร์ จัดในช่วงประมาณปลายพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจจัดโปรฯ เด็ดๆ ลดกันสนั่นเมือง เรียกได้ว่าลดกันทั้งเกาะสิงค์โปร์เลยก็ว่าได้
The PC Show
สุดยอดงานโชว์สินค้าไอที คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป เกมส์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าระดับนานาชาติที่จัดยิ่งใหญ่ติดต่อกันมา 25 ปีแล้ว ในงานมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ รวมไปถึงโปรโมชั่นพิเศษและสินค้าเซลล์แรงๆ จากแบรนด์ดังทั้งในและต่างประเทศ จัดในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ศูนย์แสดงสินค้าสิงคโปร์ (Singapore Expo Hall)
Christmas in the Tropics
จัดในช่วงธันวาคมไปจนถึงปีใหม่ เป็นงานเซลส์โปรโมชั่นทิ้งทวนส่งท้ายปีของบรรดาศูนย์การค้าต่างๆ ในย่านถนนออร์ชาร์ดที่ขนเอาสินค้ามาลด แลก แจก แถม แบบจัดหนักเอาใจนักช้อป รวมถึงการประดับไฟคริสต์มาสสวยๆ แบบจัดเต็มสองฝั่งถนนออร์ชาร์ดให้คุณได้เซลฟี่กันรัวๆ
ทิปส์เด็ดๆ สำหรับนักช้อป
สินค้าน่าซื้อ
สินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังของสิงคโปร์ พลาดไม่ได้กับ Kwanpen แบรนด์กระเป๋าและเครื่องหนังสุดหรู และ Charles & Keith แบรนด์แฟชั่นกระเป๋า เครื่องประดับ รองเท้า โดยนักออกแบบชื่อดังชาวสิงคโปร์ สินค้าจะราคาถูกกว่าซื้อที่ในกรุงเทพ
สินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังจากต่างๆ ประเทศ แฟชั่นเครื่องแต่งกายอิมพอร์ตแบรนด์รุ่นเดียวกับที่มีที่บ้านเราที่นี่มักจะขายถูกกว่า โดยเฉพาะในช่วงเซลล์จะถูกลงไปอีก
น้ำหอมและเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ ในช่วงเซลล์จะขายราคาถูกกว่าที่ขายในห้างฯ ที่เมืองไทย และมีสินค้าจัดเซ็ทโปรโมชั่นราคาพิเศษให้เลือกมากมาย ส่วนน้ำหอมราคาถูกๆ หาได้ที่มุสตาฟาเซ็นเตอร์
โทรศัพท์มือถือและสินค้าไอที มีหลายแบรนด์ให้เลือกและมีรุ่นใหม่ออกมาเร็วกว่าบ้านเรา ส่วนสินค้ารุ่นที่ไล่ๆ กันก็มักจะมีราคาถูกกว่า แต่ทั้งนี้อย่าลืมเช็คคุณภาพสินค้า การรับประกันและศูนย์ซ่อมด้วยว่ามีให้บริการที่ในเมืองไทยหรือเปล่า
ของกิน ช็อคโกแลตและขนมต่างๆ อาหารแบรนด์ท้องถิ่นมากมายน่าลอง เช่น หลักซา (Laksa) คล้ายๆ ขนมจีนน้ำยา หรือ คายาโทสต์ (Kaya Toast) ขนมปังปิ้งแผ่นบางกรอบทาเนยกับสังขยา ส่วนขนมหวานอื่นๆ ราคาไม่แพงหาซื้อได้ที่มุสตาฟาเซ็นเตอร์
สินค้าไม่น่าซื้อ
เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดกลางไปถึงใหญ่ เพราะนอกจากจะขนย้ายลำบากแล้ว หัวปลั๊กมักจะเป็นแบบสามขาซึ่งถ้าจะเอามาใช้ที่ไทยต้องซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟมาต่างหาก การรับประกันและหาศูนย์ซ่อมก็ค่อนข้างไม่สะดวกในบ้านเรา
ผลไม้ ผลไม้สดเกือบทุกอย่างที่ขายสิงคโปร์ถูกนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพงกว่าบ้านเรา ซื้อกินพอได้ แต่ไม่ควรซื้อกลับเมืองไทย เพราะของที่เมืองไทยสดกว่า อร่อยกว่า และถูกกว่าจ้า
เสื้อผ้าเด็ก สิงคโปร์มีอัตราการเกิดน้อยและมีลูกกันไม่มาก ฉนั้นเสื้อผ้าเด็กและสินค้าเกี่ยวกับเด็กค่อนข้างมีให้เลือกน้อยและราคาก็พอๆ กับเมืองไทย
ยา ยาที่ขายที่นี่ส่วนใหญ่แพงกว่าบ้านเรา ยาบางชนิดก็ต้องใช้ใบสั่งยาจากแพทย์ ขนาดคนสิงคโปร์ยังนิยมมาซื้อยาที่บ้านเราเลย เพราะบ้านเราขายถูกกว่า
การต่อรองราคา
ร้านค้าในศูนย์การค้าจะติดป้ายราคาหรือป้ายโปรโมชั่นอยู่แล้วจึงเป็นราคาคงที่ต่อรองไม่ได้ ยกเว้นถ้าคุณมีบัตรเครดิตหรือบัตรสมาชิกที่ร่วมรายการโปรโมชั่นในช่วงนั้นอยู่อาจจะได้รับส่วนลดเพิ่ม ส่วนร้านค้าปลีกตามย่านถนนคนเดิน เช่น บูกิส หรือไชน่าทาวน์ คุณสามารถต่อรองราคากับคนขายได้ตามสบาย
การชำระเงิน
ร้านค้าปลีกนอกศูนย์การค้านิยมรับเป็นเงินสดดอลล่าร์สิงค์โปร์เท่านั้น ยกเว้นบางร้านซึ่งน้อยมากที่จะรับบัตรเครดิตหรือเงินดอลล่าร์สหรัฐ ส่วนร้านค้าภายในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่รับชำระได้ทั้งเงินดอลล่าร์สิงคโปร์และบัตรเครดิตชั้นนำทั่วไป แต่อย่าลืมตรวจสอบว่ามีชาร์ทค่าบริการรูดบัตรเพิ่มหรือไม่
เงื่อนไขการคืนหรือขอเปลี่ยนสินค้า
ร้านค้าใหญ่ๆ ในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ามักจะอนุญาตให้เปลี่ยนหรือคืนสินค้าได้ภายในสามวันหลังจากซื้อ แต่ต้องมีใบเสร็จและสินค้าอยู่ในสภาพใหม่ยังไม่ถูกเปิดใช้ ส่วนร้านเล็กๆ ทั่วไปจะไม่รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าเมื่อซื้อไปแล้ว ฉะนั้นคุณควรตรวจสภาพสินค้าให้ดีการซื้อและเดินออกจากร้าน
การขอคืนภาษี
เมื่ออยู่ที่ร้านค้า
เช็คร้านค้าที่สามารถทำเรื่องคืนภาษีได้ โดยสังเกตจากป้าย Tax Free ที่ติดอยู่ที่หน้าร้านหรือที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน หรือถามพนักงานในร้านโดยตรงได้เลยว่าทำ Tax Refund ได้ไหม
เงื่อนไขการซื้อที่สามารถขอคืนภาษีได้ ลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ใช่สัญชาติสิงคโปร์สามารถทำเรื่องได้ โดยต้องซื้อสินค้าภายในร้านเดียวกันรวมอย่างน้อย 100 ดอลล่าร์สิงค์โปร์และรวมบิลกันได้ไม่เกินสามใบ ภายในวันเดียวกัน
ขั้นตอนการทำเอกสาร เมื่อจะจ่ายเงินค่าสินค้าให้แจ้งพนักงานว่าจะขอทำ Tax Refund จากนั้นยื่นพาสปอร์ตพร้อมชำระเงิน ซึ่งจะจ่ายเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตก็ได้ เมื่อเรียบร้อยแล้วคุณจะได้รับเอกสาร eTRS Ticket พร้อมใบเสร็จ ให้เก็บไว้ให้ดีเพื่อใช้ขอคืนเงินที่สนามบิน
เมื่อถึงสนามบิน
จุดให้บริการขอคืนภาษี ก่อนที่เราจะไปเช็คอินขึ้นเครื่อง ให้ตรงที่เคาน์เตอร์บริการคืนภาษีโดนให้สังเกตที่ป้าย GST Refund ซึ่งอยู่ห้องโถงผู้โดยสารขาออก หรือลองสอบถามพนักงานในสนามบินก็ได้ถ้าคุณหาไม่เจอ
การตรวจสอบสินค้า อย่าพึ่งแพ็คสินค้าที่เราทำเรื่องขอคืนภาษีลงกระเป๋านะ เพราะบางทีเจ้าหน้าที่อาจจะขอตรวจดูสินค้าก่อน
กรอกข้อมูลในเครื่อง eTRS Self-Help Kiosk เตรียมพาสปอร์ต ใบเสร็จ และ eTRS Ticket ให้พร้อมแล้วกรอกข้อมูลลงในเครื่องอัตโนมัติได้เลย มีภาษาไทยให้เลือกด้วย ให้ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ถ้าสงสัยอะไรก็สามารถถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่แถวนั้นได้ จนขั้นตอนสุดท้ายหน้าจอจะให้คุณเลือกว่าต้องการรับเงินคืนเป็นเงินสดหรือคืนผ่านบัตรเครดิต ถ้าเลือกคืนผ่านบัตรเครดิตให้คุณนำบัตรเครดิตที่ต้องการให้คืนเข้าไปในบัญชีนั้นมารูดที่เครื่อง ซึ่งจะได้รับเงินคืนภายในสิบวัน แต่ถ้าเลือกรับเป็นเงินสดจะได้รับสลิปแจ้งจำนวนเงินคืนออกมาเพื่อนำไปขึ้นเงินสดที่ด้านในสนามบินอีกที กรณีที่เครื่องไม่อนุมัติการคืนภาษีให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ Custom Inspection Counter เพื่อตรวจสอบสินค้าก่อนอนุมัติ เมื่อทำเรื่องคืนภาษีเสร็จแล้วสามารถแพ็คสินค้าและไปเช็คอินโหลดกระเป๋าได้เลย